บทที่ 7 ตอนที่ 6
ร่างสูงกว่าร้อยเก้าสิบยืนกอดอกมองคนที่กำลังเชิดหน้าไปทางอื่น
"เหนื่อยหรือยัง กูจะได้ปล่อย" คชาพยักหน้าระหว่างถามเสียงเรียบ
"...." เทียนกลอกตามองบนไม่คิดจะตอบกลับไปอยู่แล้ว
"มึงรู้หรือเปล่าว่าการเดินออกไปจากชุมโจรคนเดียวแบบนั้นมันอันตราย" คำพูดที่มีมาดเอ่ยขึ้นคล้ายกำลังสอนและดุไปในตัว
"ไม่ต้องมายุ่ง เผลอเมื่อไรจะหนีออกไปอีก" เทียนถลึงตาใส่คชาอย่างไม่ยอมแพ้ มุมปากหยักแสยะยิ้มราวนึกขันในความอวดดี เขาพยักหน้าช้า ๆ พร้อมเอ่ยพูดด้วยสีหน้ายียวน
"ถ้าคิดว่าหนีพ้นก็เอาสิ"
"พ้นแน่ คอยดูแล้วกัน"
"หึ ๆ " คชาหัวเราะในลำคอ ช่วงขายาวที่สวมใส่รองเท้าบูตหนังอย่างดีก้าวเข้าไปหาคนที่กำลังอวดดีอยู่ไม่เลิก ดวงตาคมหรี่มองเทียนคล้ายกำลังคิดอะไรบางอย่าง เทียนเงยหน้าขึ้นสบเข้ากับนัยน์ตาสีรัตติกาล
"รู้หรือเปล่าว่าตัวเองพูดอะไรออกมา" คชากระตุกยิ้มมุมปาก มือสากยกขึ้นหมายจะลูบแก้มเนียน แต่เทียนกลับเอี้ยวหน้าหลบในทันที
"...."
"ไม่เคยมีใครออกจากป่าที่มีอาคมของเสือคชาได้"
"...." เทียนเงียบจ้องหน้าอีกฝ่ายไม่วางตา แต่พอใบหน้าคมคร้ามขยับเข้ามาใกล้ขึ้นเขาเลยต้องหดคอหนีทั้งยังหลุบลงมองพื้น
"ถ้าไม่ได้รับอนุญาต มึงก็ไม่มีทางออกไปจากที่นี่ได้" เรียวนิ้วยาวยกขึ้นมาลูบแก้มนุ่ม
"อื้อ อย่ามาจับ!" เทียนยังคงพยศใส่ทั้งที่ตนเองเป็นฝ่ายเสียเปรียบอยู่ทุกทาง
"ยิ่งมึงกูไม่ปล่อยไปง่าย ๆ หรอก ..หรือบางทีกูอาจจะไม่ปล่อยออกไปเลยก็ได้"
"...." เทียนเงียบพลางเสสายตาไปทางอื่น เขาไม่อยากแม้แต่จะเสวนากับคชาเลยสักนิด เป็นพระเอกซะเปล่า แต่ทำตัวอย่างกับตัวโกงที่ต่อยนักเขียนจนได้บทมา
"รับปากกูมาก่อน ว่าจะไม่หนีออกไปคนเดียวอีก" คชาจับปลายคางเล็กให้หันมาคุยกับเขาโดยตรง ทว่าดูเหมือนเทียนจะดื้อด้านมากกว่าที่เขาคิด ไม่ยอมปริปากพูดออกมาสักคำนอกจากยืนเงียบ เขาส่ายหน้าเล็กน้อยแล้วยอมผละออกมา
"เฝ้าไว้ ยอมพูดเมื่อไรค่อยแก้มัดออก" เขาหันไปเอ่ยสั่งคนของตนแล้วเหลือบมองเทียนหอมเพียงครู่ก่อนจะสวมหมวกปีกแล้วเดินออกไป
"บ้าอำนาจ" ไม่วายแขวะตามแผ่นหลังกว้างออกไป ซึ่งคำพูดนั้นทำให้หมู่โจรต่างมองหน้ากันทันที ไม่เคยมีใครกล้าพูดแบบนี้กับเสือคชาผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นมัจจุราช หากได้ยินคำด่าเมื่อครู่ เด็กคนนี้ได้ไม่มีลิ้นไว้ลิ้มรสอาหารแน่
.
.
.
คชาเดินกลับมายังต้นมะพร้าวที่มีตัวปัญหาถูกมัดเอาไว้อยู่ เขาผ่อนลมหายใจออกมาบางเบา แขนกำยำยกขึ้นกอดอก
"ไม่รู้หลับลงไปตอนไหนพี่ หันมาอีกทีคอตกไปแล้ว"
"...." คชาพยักหน้าไม่ได้เอ่ยตอบอะไร ขนาดโดนมัดในท่ายืนยังหลับลงไปได้ เขาเดินเข้าไปแก้เชือกออกแล้วโอบร่างเล็กเข้ามาในอ้อมแขน ดวงตาคมลดลงมองใบหน้าจิ้มลิ้มที่ซบอยู่บนอก
"ขนาดหลับยังดูดื้อใช่เล่น" พูดเสียงเบาพลางช้อนร่างเล็กขึ้นมาอุ้มได้อย่างง่ายดาย เขาเดินกลับมาที่เรือนของตนเอง ช่วงขายาวก้าวขึ้นบันไดได้อย่างมั่นคงแม้จะมีใครบางคนอยู่ในอ้อมแขน จำได้ว่าตอนอุ้มพาดบ่าเมื่อคราวนั้นตัวเบากว่านี้ เห็นทีชุมโจรเขาจะเลี้ยงเชลยดีไปหน่อย
คชาค่อย ๆ วางเทียนลงบนเตียงนอนของตนเองแล้วปลดมุ้งลงมาเพื่อกันยุง เขายืนมองใบหน้าคนที่กำลังนอนอยู่ผ่านมุ้งสีขาว ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกคันยุบยิบที่อกข้างซ้าย คชาส่ายหน้าไล่ความคิดของตนเองก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปนอกเรือนเพื่อสูบซิการ์
แขนข้างหนึ่งยกขึ้นเท้าเอว ระหว่างสูบอยู่นั้นหางตาเขามักจะเหลือบไปมองคนที่นอนหลับอยู่เสมอ
เช้า
เปลือกตาสีอ่อนกะพริบตื่นขึ้นมา แสงแดดจากด้านนอกทำให้เทียนกำลังจะพลิกตัวหนีตามนิสัย ทว่าความนุ่มของเตียงทำให้เขาชะงัก แล้วค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เทียนกราดมองไปทั่วห้องทั้งความรู้สึกแปลกใจอยู่เล็กน้อย พอเห็นเจ้าเสือตัวใหญ่นอนอยู่แถมโต๊ะบูชายังคุ้นตานั่นทำให้รู้เลยว่าเป็นเรือนของเสือคชา
"เอาเราเข้ามานอนตอนไหนเนี่ย" เทียนพึมพำรีบตลบผ้าห่มออกจากตัวแล้วก้าวขาลงจากเตียง ระหว่างที่กำลังจะเดินออกพ้นเขตประตู เจ้าเสือที่เพิ่งนอนอยู่เมื่อครู่นี้ดันเดินเข้ามายืนขวางเขาพลางเงยหน้าขึ้นมอง
"...." เทียนยืนตัวแข็งทื่อ ยอมรับว่ากลัวแต่สายตาของมันดูไม่มีพิษมีภัยอะไร มือเล็กเลยค่อย ๆ ยื่นเข้าไปลูบหัวมันแผ่วเบา
"โฮก.." พอปฏิกิริยาไม่ได้โหดร้ายอย่างที่คิด แถมยังเหมือนแมวอ้วนตัวหนึ่งทำให้เทียนรู้สึกโล่งอกมากขึ้น
"ไง ทำไมเชื่องจัง ชื่ออะไรเหรอ" เทียนอมยิ้มค่อย ๆ ใช้อีกมือลูบที่หัวของมัน ปกติเขาเป็นคนชอบแมวตัวใหญ่อยู่แล้วเพราะฟัดมันมือดี เลยเผลอลืมเรื่องต่าง ๆ แล้วนั่งลงเพื่อเล่นกับเสือโคร่งตัวใหญ่ รอยยิ้มผุดขึ้นมาที่มุมปากก่อนจะเปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะคิกคักคล้ายกำลังชอบใจกับสิ่งแปลกใหม่ จะว่าไปคชาคงเลี้ยงมันดีมากถึงได้อ้วนกลมขนาดนี้
เทียนที่กำลังสนุกพลันเหลือบไปเห็นเสือคชากำลังจะเดินขึ้นมาบนเรือน เขาเลยจำใจลุกขึ้นแม้จะอยากนั่งเล่นต่อ ร่างสูงยืนนิ่งมองเทียนที่กำลังเดินออกมาจากเรือนไม้ของเขาด้วยสีหน้าบึ้งตึง
"จะไปแล้วหรือไง" เป็นคำถามที่ไม่ได้รับคำตอบ เพราะเจ้าตัวจ้อยเดินผ่านร่างของเขาเหมือนไม่ได้ยินสิ่งที่ถาม คชามองตามแผ่นหลังเล็กไปจนสุดสายตาโดยไม่ได้เอ่ยพูดอะไรออกมาแม้สักคำเดียว
นับเป็นเวลาสองอาทิตย์ที่เทียนเงียบและบึ้งตึงใส่ คชาเองก็วุ่นกับการประชุมแผนปล้นหลังจากดูฤกษ์ นั่นเลยทำให้คชาและเทียนแทบไม่ได้เจอหน้ากันด้วยซ้ำ จวบจนกระทั่งมาถึงวันออกปล้นหลังจากพลาดครั้งที่แล้ว เสือคชาเตรียมข้าวของและอาวุธบางส่วนเผื่อต้องต่อสู้กับทางการ
"พี่คชา ให้ฉันสั่งคนออกรถเลยไหม" สมพรหันมาถามคนด้านข้างที่ดูเหมือนกำลังมองใครบางคนอยู่อย่างนั้นแหละ
"อืม" แม้จะเป็นคำตอบรับ แต่สมพรดูออกว่าพี่คชาเหมือนมีอะไรในใจ หรืออยากเห็นหน้าใครก่อนออกปล้นวะ?
สมพรยอมนั่งอยู่อย่างนั้นจนล่วงเวลามานาน
"เฮ้ย ออกรถเลย!" สมพรที่กลัวเสียฤกษ์อีกครั้งเลยตะโกนบอกคนขับ ก่อนรถคันใหญ่จะเคลื่อนตัวออกจากชุมโจรตรงดิ่งไปยังผืนป่าเบื้องหน้า
เทียนเม้มริมฝีปากยืนแอบอยู่ข้างกระท่อม เขาถอนลมหายใจออกมาราวกับรู้สึกไม่ดีแปลก ๆ อย่างนั้นแหละ คนอย่างเสือคชาออกปล้นคงไม่ตายง่าย ๆ หรอกกระมัง ยิ่งคิดยิ่งฟุ้งซ่านเลยเดินหน้างอเง้ามาที่น้ำตกจุดประจำของเขาเวลาเบื่อ ทันได้เห็นยงยุทธและต้นรักนั่งอยู่ด้วยกัน มันจะไม่แปลกเลยหากต้นรักไม่ซบไหล่ของยงยุทธอยู่ เทียนรีบมายืนหลบหลังต้นไม้ เพราะหากเข้าไปตอนทั้งคู่กำลังโรแมนติกเขาคงโดนยงยุทธเหม็นขี้หน้าเพิ่มขึ้นไปอีก ดูก็รู้ว่าหลงรักนายเอกมากขนาดไหน
"รักแปลกใจอยู่เรื่องหนึ่ง"
"เรื่องอะไรเหรอ" ยงยุทธหันมาถามเสียงอ่อน ทั้งคู่สบตากันเพียงครู่ ก่อนจะเป็นยงยุทธเองที่เขินเลยรีบหลุบตาลง
"รักไม่เคยมาที่นี่ แต่รู้สึกเหมือนเคยเป็นทุกข์มาก่อน แต่ตอนนี้ดันมีความสุขมากกว่าความรู้สึกนั้น ..รักไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม" ต้นรักงึมงำ เขารู้สึกแบบนั้นจริง ๆ ราวกับว่ามีเขาในอีกโลกหนึ่ง
"คิดมากนะเรา" ยงยุทธอมยิ้มส่งมือเข้าไปลูบกลุ่มผมของคนที่ตนแอบรักมาตั้งแต่สมัยยังเด็ก ทั้งคู่ต่างมีรอยยิ้มให้กันก่อเกิดเป็นความรู้สึกบางอย่างที่เพิ่มมากขึ้น
คงมีแค่เทียนคนเดียวที่คิดตามคำพูดของต้นรัก เรียวคิ้วบางขมวดเข้าหากันทีละนิดราวกับแปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากเขาเข้ามาอยู่ในโลกของนิยาย ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปหมดทั้งสิ่งที่เกิดขึ้น ..และสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น
๒ วันต่อมา
เทียนนั่งเหม่ออยู่ข้างน้ำตก ในหัวของเขากำลังคิดอยู่หลายเรื่อง รวมไปถึงที่เสือคชาออกปล้นนานนับสองวันแล้ว ..ทำไมเขาต้องอยู่ไม่เป็นสุข ทั้งยังรู้สึกไม่ดีที่เมินเฉยใส่แม้อีกฝ่ายจะเดินเข้ามาคุย
เสียงเหยียบกิ่งไม้จากทางด้านหลังทำให้เทียนชะงัก เขานึกว่าอาจจะเป็นชะเอมหรือใครสักคนเลยลุกขึ้นปัดฝุ่นที่ก้นเพื่อหันไปหา ทว่าบุคคลที่มายืนอยู่ทางด้านหลังทำให้เทียนนิ่งงันไปชั่วครู่
เสือคชาในชุดที่เพิ่งออกปล้นพร้อมหมวกปีกใบเก่าที่เขามักเห็นอีกฝ่ายใส่คู่กายเสมอ ดวงตากลมลดลงมองข้าวของในอ้อมแขน พลันเรียวคิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
ทั้งคู่ต่างไม่มีใครพูดอะไร ก่อนคชาจะเข้ามาหาเทียนพร้อมจับข้อมือให้เดินตามออกมายังที่ที่หนึ่ง น่าแปลกใจก็ตรงเทียนยอมเดินตามอีกฝ่ายไปนี่แหละ กระทั่งคชาหยุดลงที่มุมลับตา ทว่ากลับสวยงามกว่าทุกส่วนในที่แห่งนี้ ปลามากมายแหวกว่ายให้ยืนชม
"นั่งลงสิ"
"...." เทียนค่อย ๆ นั่งลงบนรากไม้ ดวงตากลมหันมองเสือคชาคล้ายแปลกใจ ก่อนจะมองของในถุงกระดาษสีน้ำตาล ซึ่งเต็มไปด้วยขนมและของกินต่าง ๆ เทียนเบิกตาขึ้นแล้วรับมาทันที แค่เห็นก็น้ำลายสอที่มุมปาก เขาเงยหน้าขึ้นมองเสือคชาราวกับกำลังแปลกใจ แต่อีกฝ่ายเพียงพยักหน้าบอกเป็นนัยว่าให้เขาทั้งหมด ระหว่างนั้นเทียนไม่รู้เลยว่าตนเองกำลังถูกจ้องมองมาด้วยสายตาแบบไหน มีเพียงคชาเท่านั้นที่รู้ตัวเองดี
ตกดึก
เทียนเดินหน้ามุ่ยมาถึงเรือนของคชา เนื่องจากเขานอนไม่หลับเหมือนมีอะไรติดค้างอยู่ในใจ เทียนยืนงุ่นง่านอยู่หน้าเรือนสักพักแล้วฮึดใจเดินขึ้นไป ดวงตากลมโตกวาดมองหาเสือคชาไปทั่วเรือน กลับไม่พบอีกฝ่ายแม้แต่เงา ด้วยความที่มาเพราะฝืนใจและอีโก้สูงพอตัวเทียนเลยเลือกที่จะไม่ตะโกนเรียกหานอกจากเดินหาให้ทั่ว พอไม่พบอีกฝ่ายเลยลงไปที่ด้านหลัง ถึงได้เห็นว่ามีตะเกียงจุดวางอยู่ด้านข้างห้องสังกะสีขนาดกลาง ช่วงขาเรียวก้าวเดินเข้าไปช้า ๆ เหมือนกำลังคิดว่าเป็นห้องเชือดหรือว่าอย่างอื่น เสียงหยิบของบางอย่างทำให้เทียนรู้ว่ามีคนอยู่ด้านใน เทียนมองซ้ายขวาเตรียมหาทางหนีเผื่อเป็นอะไรที่เขาไม่คาดคิด
"...." เทียนยืนนิ่งอยู่สักพักก่อนจะเหลือบไปเห็นรูรั่วของสังกะสีติดสนิม เขาเข้าไปช้า ๆ แล้วแอบมองเข้าไป พลันดวงตาเบิกกว้างทันทีที่ได้เห็นว่าใครกำลังยืนเปลือยอยู่ด้านใน ถึงแม้จะหันหลังเห็นเพียงก้นแน่น ๆ กับแผ่นหลังกว้างขวางที่อุดมไปด้วยกล้ามเนื้อสมส่วน เทียนยืนนิ่งค้างมองตูดของเสือคชานิ่งราวกับตกอยู่ในภวังค์ ขาแข็งก้าวไม่ออกเพราะยังคงช็อกอยู่
อะไรดลใจให้เขาต้องมาเห็นตูดของพระเอกด้วยนะ เทียนรวบรวมสติแล้วหันกลับมาพิงแผ่นหลังลงบนสังกะสี เขารู้สึกร้อนไปทั้งหน้า กำลังจะเดินหนีออกไป หากประตูไม่เปิดออกพร้อมเอวบางที่ถูกคว้าเข้าอย่างกะทันหัน ก่อนเทียนจะถูกรวบเข้าไปในห้องอาบน้ำ
ตัวของเขาถูกวางลงบนขอบอ่าง แถมยังช็อกจนพูดไม่ออกและต้องใช้มือวางลงบนบ่าแกร่งเพื่อทรงตัว คชามองหน้าของเทียนด้วยสายตาหยั่งเชิง
"นี่ถึงขนาดมาแอบดูกูอาบน้ำเชียวหรือ"
"มะ..ไม่ใช่นะ" เทียนตอบเสียงตะกุกตะกัก ใบหน้าขาวนวลขึ้นสีระเรื่อ เขาบีบบ่าแกร่งแน่นไม่กล้าแม้แต่จะสบตา หยดน้ำยังเกาะพราวอยู่บนเนื้อตัวกำยำที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ เขารับรู้ได้ถึงความแข็งแรงและไออุ่นแผ่ซ่านมาถึงตัว แขนทั้งสองข้างของเสือคชากักเทียนเอาไว้ในอ้อมแขน แถมใบหน้าคมสันยังโน้มเข้ามาใกล้จนรับรู้ถึงลมหายใจร้อนผ่าว
"แต่กูรู้นะ ว่ามึงแอบมอง ไม่อย่างนั้นจะหน้าแดงทำไม"
"...." เทียนอึกอัก เขาอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี ไม่เคยเห็นตูดใครมาก่อนนอกจากของตนเอง ยังดีที่ตอนนี้เสือคชานุ่งโสร่งแล้ว แต่ยังคงหมิ่นเหม่เห็นช่วงสามเหลี่ยมตรงเอวบ่งบอกให้รู้ว่าเสือคชาหุ่นดีมากแค่ไหน เหมือนในภาพวาดไม่มีผิด
แต่ที่ทำให้เทียนใจเต้นแรงก็คงหนีไม่พ้นเส้นเลือดตามช่วงเอวที่เผลอหลุบตาลงไปมอง
"แค่จะมาขอบคุณ มะ..ไม่ได้มาแอบดู" เทียนเอี้ยวหน้าหลบทันทีที่อีกฝ่ายเริ่มขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิม มือที่บีบอยู่บนบ่าแกร่งก็เริ่มจิกเล็บลงไป กลิ่นหอมของสบู่ทำให้หัวของเขาปั่นป่วน ยิ่งอยู่ในอ้อมแขนของเสือคชาแล้วด้วย
"กูไม่รับคำขอบคุณ"
"...." เทียนเงียบไม่กล้าสบตา ตัวเขาสั่นระริกเมื่อฝ่ามือหนาจับลงบนเอวเพราะเมื่อครู่เขาตัวโงนเงนเกือบหงายลงไปในอ่างปูน คชาจ้องหน้าเทียนอยู่นานก่อนจะหันไปหยิบใบมีดโกนขึ้นมา
"อะ..อะไร"
"โกนหนวดให้กูแทนคำขอบคุณ ลืมเอากระจกมา" คชาพูดเสียงเรียบ ทว่ากลับประดับไปด้วยรอยยิ้มมุมปาก เทียนกลืนน้ำลายลงคอแล้วเชยสายตาขึ้นมองใบหน้าคมคร้าม นัยน์ตาเขาหลุกหลิกอยู่เล็กน้อย
"เร็ว ไม่อย่างนั้นกูไม่ปล่อยกลับนะ"
คชาขยับเข้ามาใกล้เทียนอีกเสียจนเขาต้องใช้มือดันแผงอกเปลือยเอาไว้ เทียนเม้มริมฝีปากค่อย ๆ ยกมีดโกนขึ้น แล้วทิ้งสายตาไว้ที่จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหยักสวยและปลายคางคม เขาเองไม่เคยโกนหนวดให้ใครมาก่อนเลยค่อย ๆ ใช้มีดเขี่ยเบา ๆ พอมันไม่ออกเลยลงน้ำหนักมือเล็กน้อย ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องใช้เขาโกนหนวดในท่าแบบนี้ด้วย
"...."
"อ๊ะ อย่าขยับเข้ามา" เทียนรีบดันแผงอกคชาอีกครั้งทันทีที่อีกฝ่ายเริ่มโน้มตัวเข้าหามากขึ้นกว่าเดิม
"มึงถนัดหรือไง"
"ถนัดสิ" เทียนตอบเสียงอุบ แล้วค่อย ๆ โกนอีกข้างทั้งที่ไม่รู้เลยว่ากำลังถูกจ้องมาด้วยสายตาแบบไหน มือที่โอบเอวเขาอยู่มีบ้างที่บีบคลึงเบา ๆ จนเทียนสะดุ้งอยู่หลายครั้ง แต่คชาให้เหตุผลว่าเขาลงมือหนักเลยเผลอบีบเอว และเทียนเองก็เชื่ออย่างนั้นจวบจนโกนหนวดให้เสือคชาเสร็จเรียบร้อยแล้ว มือสากข้างที่ไม่ได้จับเอวบางยกขึ้นลูบกรอบหน้าคมแล้วพยักหน้าช้า ๆ คล้ายพึงพอใจ
"เสร็จแล้ว พี่ก็ปล่อยฉันสิ" เทียนงึมงำ คชาเลยค่อย ๆ ผละออกแล้วอุ้มเทียนลงมาจากขอบอ่างที่ทำด้วยปูน พอมายืนอย่างนี้ส่วนสูงเขาอยู่ตรงแผงอกคชาพอดี ริมฝีปากสีสวยเม้มเข้าหากัน
"ฉันจะกลับแล้ว" เทียนก้มหน้าก้มตาตอบ กำลังจะเดินพ้นประตูอยู่แล้วเชียวหากอีกฝ่ายไม่ทักขึ้นมาเสียก่อน
"อย่ามาแอบดูกูอีก เพราะถ้าคราวหน้า..." คชาเว้นช่วงคำเอ่ย แล้วเดินมายืนซ้อนแผ่นหลังของเทียน จนไออุ่นแผ่ซ่านให้ได้รับรู้
"...."
"เอาประโยชน์แอบดูกูฝ่ายเดียว ได้ฝ่ายเดียว อย่าลืมว่ากูเป็นโจรย่อมต้องการผลประโยชน์มากกว่าอยู่แล้ว"
เทียนสะดุ้งเมื่อลมอุ่นจ่อรดต้นคอ ทำไมเสือคชาตอนนี้ถึงได้ดูเจ้าเล่ห์นัก
"เพราะถ้ามีคราวหน้าอีก ระวังมึงจะได้เป็นเมียโจร"
เรื่องเมื่อคืนมันรบกวนใจของเทียนมากเสียจนนอนไม่หลับ เขาเพิ่งนอนไปไม่กี่ชั่วโมงนี้เอง เทียนเด้งตัวขึ้นมาจากที่นอนแม้จะยังคงง่วงอยู่ แต่ได้ยินมาว่าข้าวเช้าจะเป็นผัดเผ็ดหมูป่าเลยรีบลุกขึ้นจากที่นอนเพื่อไปเตรียมตัวกินข้าวเช้า เขาพยายามสะบัดเรื่องในหัวออกให้หมดจะได้ไม่รบกวนชีวิตประจำวัน แต่ที่ทำไม่ได้สักทีเพราะมาดของคชาในนิยายไม่ได้พูดจาปลิ้นปล้อนใส่คนอื่นขนาดนี้ ขนาดนายเอกเองยังมีมาดใส่อยู่เลย
เทียนคิดเองว่าอีกฝ่ายคงแค่แกล้งพูดให้เขากลัวแต่ก็อย่างที่ว่า เพราะคชาไม่เคยพูดคำพวกนั้นใส่ใครนอกเสียจากจะ...คิดจริง ๆ
เทียนตบแก้มตนเองเพื้อไล่ความคิดแปลก ๆ ออกจากหัว เพราะยามนึกถึงคชา ตูดของอีกฝ่ายที่ติดตาเขาจะเด้งเข้ามาทันที
เทียนเดินออกมาจากกระท่อมกำลังจะไปล้างหน้าล้างตาหากไม่เห็นว่าสมพรกำลังคุยกับชะเอมและหันมามองหน้าเขาราวกับตกใจ
"เทียน!" ชะเอมขมวดคิ้วแน่นรีบเดินเข้ามาจับแขนของเทียนทันที
"ฮะ?"
"ตาไปโดนอะไรมา ทำไมถึงเป็นแบบนี้" ชะเอมตกใจมากเหมือนกัน สมพรเลยเดินเข้ามาดูบ้าง พลันรอยยิ้มมุมปากผุดขึ้นทันที
"เอ็งไปแอบดูใครอาบน้ำมาวะ"
ทันทีที่สมพรพูดขึ้นเทียนก็เกิดอาการเหลอหลาพิรุธออกทันที เขานิ่งอึ้งราวกับกำลังคิดว่าสมพรรู้ได้อย่างไร
"คือไรอะ ฉันงงนะพี่" ชะเอมหันไปถามร่างสูงด้านข้าง
"ตากุ้งยิงชัดขนาดนี้ หึ ๆ ไปแอบดูใครอาบน้ำมาวะ สารภาพเลย"
ชะเอมพอได้ยินอย่างนั้นก็อ้าปากค้างค่อย ๆ หันมามองหน้าเพื่อนสนิทที่ขึ้นสีแดงระเรื่อ ก่อนคำถามจะประเดประดังเข้ามาจนเทียนแทบแทรกแผ่นดินหนีไปด้วยความอับอาย
